ในชีวิตไม่มีอะไรสบาย “ถ้าเราไม่รู้จักความลำบาก”

เมื่อได้ยินคำว่า ลำบาก หลายคน เบือนหน้าหนี หรือไม่ก็เดินเลี่ยงไปทางอื่นเสียแล้ว

เพราะคำว่า ลำบาก เป็นอะไรที่ดูเป็นลบมากๆ ให้ความรู้สึกถึงการเหนื่อยยาก ตากแดด

ร้อน ไม่สบายตัว ไม่สบายใจ จะมีใครรู้บ้างไหมว่า จริงแล้วความลำบากนับเป็นของขวัญ

ที่ฟ้าประทานมาให้เลยทีเดียว จนเศรษฐีหลายๆคนเคยบ่นว่า เสียดายที่ตัวเขาเองไม่มี

มรดกเป็นความลำบากทิ้งไว้ให้ลูกหลาน

ผู้รู้ท่านหนึ่งเล่าว่า

ท่านได้เรียนวิชาลำบาก จากพ่อ มาตั้งแต่เด็ก พ่อเป็นคนที่ไม่เหมือนคนอื่น

พ่อส่วนใหญ่เวลาเห็นลูกลำบากมักจะทนดูไม่ได้ ต้องเข้าไปช่วยเหลือ หรือยอมให้ตัวเองลำบาก

แทน โดยไม่ยอมให้ลูกลำบาก แต่พ่อของเขาคนนี้กลับผลักไสให้ลูกไปพบความยากลำบาก

ยิ่งกว่าที่พ่อเคยเจอ พ่อเคยลำบากมาอย่างไร กลับเลี้ยงลูกให้ลำบากยิ่งกว่า วัตถุประสงค์ของพ่อ

คืออยากเลี้ยงลูกให้แกร่ง เพราะลูกคนโตต้องดูแลน้องๆ เป็นที่พึ่งแก่น้องได้ จึงนำไปเรียนที่

โรงเรียนประจำ ในโรงเรียนประจำก็จะถูกรุ่นพี่รังแกและแกล้งต่างๆนาๆ นักเรียนรุ่นเล็กๆจึงได้

แต่ยอมและอดทน ต่อมาพ่อได้พาลูกไปฝากไว้กับคนรู้จัก ทำให้เขาต้องพบกับความลำบากมาก

กว่าเดิม ต้องทำงานหนักเพื่อแลกกับที่พักอาศัย ต้องตักน้ำใส่โอ่งทุกวัน ต้องตื่นแต่เช้ามืด

ต้องกวาดบ้านถูบ้าน เสร็จแล้วจึงไปโรงเรียน อาหารการกินก็อดๆอยากๆ บางวันต้องไปคุ้ยเศษอาหาร

ในถังขยะเอามากิน เขาเล่าต่อว่า แม้จะลำบากขนาดไหน เขาก็ไม่เคยโกรธหรือเคืองพ่อเลย กลับยิ่ง

ขอบคุณท่านมากๆด้วย เพราะความจริงที่พ่อส่งไปให้เผชิญกับความลำบากนั้น ถือเป็นการให้เคล็ดลับ

ในการดำเนินชีวิต พ่อสอนว่า คนเราต้องมีความสุขในความทุกข์ของตนเองให้ได้ เพราะในอนาคต

เราจะต้องพบเจอปัญหาที่ยากยิ่งกว่า และหลากหลายกว่า เมื่อภายภาคหน้าถ้าเราเจออุปสรรค

เราก็จะยังคงรักษาความดีงามของจิตใจเอาไว้ได้

คำสอนของพ่อท่านนี้นับเป็นความจริงแท้

โดยธรรมชาติของคนถ้าเจอของหนักมาแล้ว ในภายภาคหน้า

ก็จะไม่ ก ลั ว งานหนักอีก พ่อแม่ส่วนใหญ่ กลับไม่ยอมให้ลูกลำบาก หากวันหนึ่งพ่อแม่ไม่อยู่ด้วยแล้ว

ลูกจะเอาภูมิอะไรมาดำเนินชีวิต เจออะไรยากก็ทำไม่เป็น เจออะไรลำบากก็ทนไม่ไหว ในอนาคตชีวิต

ความเป็นอยู่ยิ่งมีความผันผวน มีการแก่งแย่งกันมากขึ้น คนที่ไม่เคยผ่านความลำบาก จะเอาตัวรอดได้

อย่างไร จะเผชิญกับสถานการณ์ชีวิตที่ยุ่งยากซับซ้อนได้หรือไม่ หรือได้ดีเพียงไร และจะส่งต่อภูมิคุ้มกัน

ความลำบากนี้ไปให้ลูกหลานได้หรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องที่น่าคิด ชีวิตคนเราไม่แน่นอน เราควรจะได้รับ

การฝึกให้พบเจอกับทุกสถานการณ์ของชีวิต ทั้งยากดีมีจน ลำบากลำบนแค่ไหนก็ต้องอยู่ให้ได้

การทำงานหนักไม่เคย ท ำ ร้ า ย คน มีแต่การไม่ยอมทำงานนั้น จะทำให้คนอด ต า ย ได้

เมื่อรู้ดังนี้แล้ว หากตอนนี้เรากำลังเผชิญกับความลำบาก อย่าได้โกรธ หรือโทษใคร เพราะนี่คือ

ประสบการณ์ที่จะช่วยให้เราเติบโตและยืนด้วยตัวเองได้ในอนาคต จงยิ้มรับและดำเนินชีวิต

ผ่านความลำบากนี้ไปให้ได้ หากมีลูก ก็หมั่นสร้างสมบ่มเพาะความลำบากให้เกิดกับลูกบ่อยๆ

เพื่อยามที่ลูกเติบโตขึ้น เขาจะได้รับมือกับปัญหาชีวิตและครอบครัวได้ คงไม่มีใครในโลกนี้ที่จะ

ไม่มีปัญหา ไม่ว่าคนรวย คนจน คนเก่งมาก คนเก่งน้อย ล้วนต้องเจออุปสรรคใหญ่หลวงเข้าสักวัน

หากไม่ได้รับการบ่มเพาะให้ทนกับความลำบาก หรือสอนให้ผจญกับปัญหา เขาเหล่านั้นจะแก้ปัญหา

หรืออยู่กับปัญหาได้อย่างปกติสุขได้อย่างไร จริงๆตัวปัญหาอาจไม่สิ่งสำคัญนัก เป็นเพราะใจที่ไม่อยาก

เจอปัญหา หรือความที่ไม่ร็จักรับมือกับปัญหาอย่างไรต่างหากที่ทำให้เราเป็นทุกข์ และพาให้ชีวิตล้มเหลว

ในที่สุด ต่อจากนี้จงตั้งใจเรียนวิชาลำบากให้มากๆ เพื่อภายภาคหน้าไม่ว่าจะเจออุปสรรคปัญหาใดๆ

เราก็จะรักษาความดีงามที่อยู่ในรากฐานเดิมของตัวเราเองได้

 

ขอบคุณที่มา : moneyhub