Home ข้อคิด เรื่องจริงความรักของครูสาว “ที่เธอเดินบนเศษแก้วที่แตกร้าว”

เรื่องจริงความรักของครูสาว “ที่เธอเดินบนเศษแก้วที่แตกร้าว”

0 second read
0
0

เรื่องราวที่ถูก แ ช ร์ ออกไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง

ได้โพสต์ข้อความและเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว ที่ต้อง ห ย่ า ร้ า ง

ของชีวิตรักของเธอ ที่อยากให้เป็นบทเรียนและเป็นกำลังใจ ดังนี้

การที่เราได้พบเจอกับคนที่เรารัก คนที่เราชอบ และได้พูดคุยกับเขามันทำให้เรารู้สึกว่า

เราไม่อยากจะให้เขาจากเราไปไหน. . จนกระทั้งวันหนึ่ง คนที่คุณ รักมาจากคุณไป

มันคงทำให้คุณรู้ สึกเสียใจมาก . . . เพราะฉนั้น คุณต้องคิดแบบนี้ ว่าไม่มีใครสามารถ

อยู่กับเราได้นานจนแก่ หรอก ถ้าคนๆนั้นไม่ใช่เนื้อคู่ที่แท้จริงของเรา จงคิดเสียว่า

การที่คุณได้รักกับเขานั้น มันเป็นบทเรียน ที่จะสอนให้เราเข็มแข็งขึ้น . . . .

เชื่อได้เลยว่าวันข้างหน้าคุณอาจจะไม่ต้องมาเสียใจแบบนี้ก็ได้.

เรื่องราวของครูสาวคนนึ่ง เรื่องราวที่ถูกแชร์ออกไปทั่วโลกโซเชียล

ได้โพสต์ข้อความและเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวและเรื่องราวความรักของเธอ

ไว้เป็นข้อคิดเตือนใจ ที่ชีวิตคู่ของเธอต้องหย่าร้างลงไป…

ครูสาวโพสต์ใบหย่า

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาฉันกำลังเดินอยู่บนถนนเล็กๆ ที่สองข้างทางเป็นเหว

ฉันเดินตามคนๆนึงด้วยความซื่อสัตย์อย่างไม่มีข้อแม้ตลอดทางฉันเห็นแต่

แผ่นหลังของเค้า ฉันก็ตามไปอย่างเชื่อใจ เขาก็หันมามองฉันเป็นพักๆฉัน

เองที่เป็นคนตัดสินใจมาเลือกมาเดินตามเขา ฉันจึงเดินต่อไปเรื่อยๆระหว่างทาง

ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็ได้โรยเศษแก้วทิ้งไว้บนพื้นขณะที่เดินตาม

ฉันไม่เคยระวังตัวใดๆ เพราะตามองอยู่แต่ที่หลังของเค้าด้วยความไว้ใจฉันรู้สึก

เจ็บที่เท้าแล้วแต่ฉันก็ยังเดินตามต่อการขอโทษและการให้อภัยเกิดขึ้นครั้ง

แล้วครั้งเล่า แต่เค้าก็ยังทำอีกจนในที่สุด พื้นที่เราเดินก็เต็มไปด้วยเศษแก้วชิ้น

เล็กๆมากมายที่คอยทิ่มตำเท้าฉันอยู่ตลอดทุกก้าวที่เดินแน่นอนว่ามันก็มีบางช่วง

ที่เป็นพื้นดินธรรมดา บางช่วงที่เป็นพื้นหญ้านุ่มๆบ้างแต่เดินไปไม่นานก็กลับไปเจอ

เศษแก้วอีกที่ตลกคือ ฉันก็ยังคงทนเดินต่อไปเรื่อยๆ เพราะคิดเสียดายที่อุส่าต์เดิน

ตามมาตั้งนานแล้ว และด้วยความหวังจากเสียงพูดของเค้า ที่ตะโกนมาเรื่อยๆว่า

เค้าจะหยุดการกระทำแบบนี้แล้วนะความเจ็บปวดมันเพิ่มขึ้นมาอีก เมื่อมีเด็กคนนึง

เกิดขึ้นมาจากที่เดินด้วยน้ำหนักเราคนเดียวกลายเป็นต้องเดินโดยอุ้มเด็กคนนี้ไว้ที่

แขนเพื่อไม่ให้เค้าโดนเศษแก้วไปด้วยเด็กโตขึ้นทุกวัน น้ำหนักก็มากขึ้นทุกวันตามไปด้วย

8ปี..ในที่สุดเราก็เดินมาจนถึงทางแยกทางแยก2ทาง คือทางตรงทางเดิมที่แม้จะมีเศษแก้ว

ปะปรายให้เห็น แต่ก็ยังคงมีแผ่นหลังที่คุ้นเคยกับรอยยิ้มจริงใจของเค้าที่เหมือน

คอยให้ความหวังว่าเค้ากำลังจะเลิกโรยเศษแก้วแล้วหรือจะเลี้ยวออกไปอีกทาง

ที่มันโคตรมืดและไม่รู้จะมีอะไรอยู่ข้างหน้าในใจคิดว่า ไม่ว่าจะเลือกทางไหนเรา

จะเอาเด็กคนนี้ไปด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ปล่อยเด็กแน่นอนที่ทางแยก

…ฉันมองลงไปที่เท้าตัวเอง ตอนนี้มันดูไม่เหมือนเท้าอีกต่อไป มันเต็มไปด้วย

บาดแผลนับไม่ถ้วน มันเจ็บ มันชา แล้วกลับมาเจ็บอีก วนไปเรื่อยๆวันนี้

….ฉันตัดความเสียดาย8ปีที่ผ่านมาไว้ที่ตรงทางแยกนั้น แล้วเลือกเดินทางใหม่

ทางที่มันโครตจะมืดและไม่รู้จะเจอกับอะไรอีก

แต่อย่างน้อยที่สุดทางนี้ก็ไม่มีเศษแก้วอีกแล้วแน่นอนว่า เมื่อไม่มีเศษแก้ว

ฉันจึงกล้าที่จะวางเด็กลงกับพื้นแล้วจับมือกันเดินแทนการอุ้ม

ฉันรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาดจากที่เป็นแต่ผู้ตามที่ซื่อสัตย์

ฉันรู้ทันทีว่าตอนนี้ฉันต้องมาเป็นผู้นำที่เข้มแข็งแทนในวินาทีนี้เลย

เพราะฉันกำลังจะมีเด็กคนนึงเดินตามแผ่นหลังของฉันตอนนี้ฉันยังเดินต่อไม่ค่อย

ไหวเลยจากนี้ฉันอาจจะนั่งลงใช้เวลาในการรักษาแผลที่เท้าไปซักพัก

แต่ไม่นานหรอกฉันจะลุกขึ้นแล้วเดินต่อเดินไปไอ้ทางที่แม่งโคตรมืดนี่แหล่ะ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…ฉันยังอยู่ ฉันยังไม่ตาย ฉันจะไปต่อ

ฉันจะไปได้โดยไม่ต้องเดินตามใครอีก และฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

ขอบคุณที่มา : จุฑารัตน์ บรรเจิด

Load More Related Articles
Load More By dannupol
Load More In ข้อคิด

Check Also

กบสองตัว “แต่งงานกัน” (ข้อคิดดีๆ คนอ่านได่กำไรชีวิต)

กบสองตัวแต่งงานกัน… จากนั้นก็ให้กำเนิดลูกออกมาเป็นคางคก … …