10 ข้อนี้คือจุดอ่อนของคนไทย ต้องยอมรับความจริงกันได้เเล้ว

จากการผ่านเวทีในระดับโลกหลายต่อหลายครั้ง ไทยถูกวิพากวิจารณ์ อย่ างหนักหน่วงในกระแสโลกาวิวัฒน์

และการก้าวเปลี่ยนอย่ างรวดเร็วด้านเศรษฐกืจเทคโนโลยี และวัฒนธรรม เรียกว่าเป็นการวิเคราะห์ที่จี้แ ท ง

ใจดำคนไทยเสียจริง ๆ สำหรับข้อคิดเห็นของนายเซ็ทซึโอะอิอุจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศ

ของญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายอิอุจิระบุว่า ไทยอาจไม่เป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุน เหมือนที่ผ่านมา

ในสายตาของนักลงทุนญี่ปุ่นโดยชี้จุดอ่อนคนไทยไว้ถึง 10 ข้อ ที่เราคนไทยควรรู้และรับทราบ เพราะที่กล่าวมา

ทุกข้อแทบปฏิเสธไม่ได้เลยไม่เชื่อลองไล่อ่านแล้วพิจารณาอย่ างปราศจากอคติ และไม่ต้องว่าเค้านะคะ

เพราะนี่คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของเรา

1.อิจฉาตาร้อน

สังค มไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัย ยกย่องคนมีอำนาจ มีเงินโดยไม่สนใจภูมิหลัง

โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจเอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ าย ดีแต่พูดมือ

ไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลั วเปลืองตั ว

2.เลี้ยงลูกไม่เป็น

เด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็งเพราะการเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน

ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ไม่กระตือรือร้นในการช่วยตนเองขวนขวายแสวงหา ค้นหาตัวเองและไม่สอน

ให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังค ม

3.คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก

โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังค ม เป็นประเภท มือใครย าวสาวได้สาวเอา เกิดธุรกิจการเมืองธุรกิจราชการ

ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติ ล้าหลังไปเรื่อย

4.การศึกษายังไม่ทันสมัย

คนไทยเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ไม่กล้า

แสดงออกขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง จึงตามหลังชาติอื่น คนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก

เพื่อโอกาสที่ดีกว่า

5. มองอนาคตไม่เป็น

คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ

น้อยคนนักที่จะทำงานเป็นระบบเป็นขั้นเป็นตอนมีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน

6.ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่

ทำแบบผักชีโรยหน้าหรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญา

ข้อตกลงอย่ างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะย าว คนไทยจึงถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือลงเรื่อย ๆ

7.การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่

ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกลจะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเอง

และชุมชนซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม

8.การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง

และไม่ต่อเนื่อง ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มี

อำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อนไม่มีมาตรฐาน

9.เอ็นจีโอค้านลูกเดียว

บางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์บ่อยครั้งที่ต้องเสียโอกาสอย่ างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริง ๆ

ไม่ได้พูดกัน

10.ยังไม่พร้อมในเวทีโลก

การสร้างความน่าเชื่อถือ ในเวทีการค้าระดับโลกยังขาดทักษะและทีมเวิร์คที่ดีทำให้สู้ประเทศเล็ก ๆ

อย่ างสิงคโปร์ไม่ได้

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น