10 ความจริง ในชีวิตการทำงาน “ที่หลายคนต้องมาเสี ยรู้ตอนแก่”

ความจริงเป็นสิ่งไม่ ต า ย แต่ความจริงหลายๆ อย่างก็ย ากที่ยอมรับเหมือนกันไม่เว้นแม้แต่เรื่องราวในออฟฟิศที่

คนทำงานต้องเจอกันทุกวันนั้นก็ล้วนมีเรื่องราวบางอย่างที่คนทำงานหลายๆ คนก็อาจจะต้องยอมรับให้ได้แม้ว่า

หลายๆ ครั้งอาจจะบั่ น ท อ นกำลังใจไปอยู่มากโขทีเดียววันนี้ผมเลยลองลิสต์เหตุการณ์หลายๆอย่างที่คนทำงาน

ออฟฟิศน่าจะเจอกันบ่อยๆอย่างน้อยก็ให้ไว้เตือนใจกันหน่อยแล้วกันนะครับ

1. หลายๆ อย่างคุณทำเองได้ดีกว่า แต่คุณดันไม่ได้ทำงานนั้น

คนเป็นหัวหน้านั้นมักจะเจอสถานการณ์บ่อยๆประเภทเรื่องที่สั่งงานไปนั้นคุณรู้ว่าทำอย่างไรให้ดี ทำอย่างไรให้เร็ว

และมีประสิทธิภาพแต่พอลูกน้องไปทำแล้วดันไม่ได้ดั่งใจบ้ างก็รู้ว่าสามารถสร้างงานที่ดีกว่านี้ได้แต่คนอื่นดันทำไม่

ได้และหลายๆครั้งมันก็สร้างความหงุดหงิดให้กับคุณเพราะมันไม่ได้ดั่งใจที่คุณวางไว้แต่ก็นั่นแหละครับว่าทั้งบริษัท

ไม่ได้มีคุณคนเดียวและคุณก็ต้องยอมรับความจริงว่าหลายๆ อย่างนั้นคงไม่อาจได้ดั่งใจคุณ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่

คุณจะทำมันเสียทุกอย่างเช่นกัน

2. เพื่อนร่วมงานบางคนเหมาะเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน

จริงอยู่ว่าคุณอาจจะสนิทและไว้ใจเพื่อนร่วมงานหลายๆ คน แต่ก็ใช่ว่าทุกคนเหมาะจะกลายเป็นเพื่อนจริงๆของคุณ

ในชีวิตทุกวันนี้เรามักเจอสถานการณ์ประเภทพอเข้าที่ทำงานใหม่แล้วก็ เพิ่มเพื่อน เ ฟ ส กันไปหมดก่อนจะพบว่า

ภายหลังบางคนอย ากจะ ลบเพื่อนไปเสีย บางคนอย ากจะ บล็อคไปเลยด้วยก็มีทั้งนี้เพราะความสัมพันธ์ในที่

ทำงานนั้นไม่ได้อยู่ในระดับความสัมพันธ์แบบเพื่อนตั้งแต่ต้นมันก็จริงอยู่ว่า คุณอาจจะเจอคนที่ดี เจอคนที่ได้กลาย

เป็นเพื่อนสนิท กลายเป็นพี่ชาย กลายเป็นคนที่เคารพรักแต่กับบางคนก็อาจจะดีกว่าถ้าคงความสัมพันธ์เป็น “เพื่อน

ร่วมงาน” หรือคุยกันด้วยเรื่องงานแทนที่จะคุยด้วยเรื่องส่วนตัว

3. ต่อให้คุณทำดีแทบ ต า ย ก็ใช่ว่าคุณจะได้รับการโปรโมท

เรื่องนี้เรามักพูดกันบ่อยๆ ว่าบางคนสร้างผลงานแทบ ต า ย เป็นคนทำงานที่ใครๆ ก็ชื่นชอบแต่กลับไม่ได้เลื่อนขั้น

เพราะเหตุผลต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่หัวหน้ามองไม่เห็นหรือพรีเซนต์ไม่เก่ง ถ้าเอาหนักๆ ไปเลยก็คือโดน

คนอื่นตัดหน้าเล่นเส้นเล่นสาย ซึ่งเป็นตัวบั่ น ท อ นกำลังใจอยู่ไม่น้อยทีเดียวกรณีนี้ต้องถือว่าวัดใจกับหัวหน้าและ

องค์กรอยู่พอสมควรเพราะถ้าหัวหน้าของคุณมองเห็นศักยภาพของคุณและพร้อมจะสนับสนุนแล้วคุณก็ช่างโชคดีที่

จะมีโอกาสก้าวหน้าได้อีกเยอะแต่ถ้าคุณดันโชคร้ ายไปอยู่กับหัวหน้าที่ไม่ได้คิดเรื่องนี้แล้วล่ะก็คุณก็อาจจะโดนเก็บ

เข้าหลังบ้ านเอาได้ง่ายๆ เช่นกัน

4. คุณจะได้เงินเดือนน้อยกว่าคนอื่นอยู่วันยังค่ำ

ที่ผมขึ้นแบบนี้เพราะอย ากเตือนคนทั้งหลายที่พย าย ามถามว่าเงินเดือนคนอื่นเท่าไรเพราะถ้าคุณเมื่อไรที่คุณตั้ง

คำถามว่าคนอื่นได้เงินเดือนเท่าไรแล้วยังไงคุณก็จะเจอคนที่มีเงินเดือนมากกว่าคุณอยู่ดี แม้ว่าในบริษัทจะไม่มีคน

เงินเดือนมากกว่าคุณแต่คุณก็จะไปรู้ว่าบริษัทอื่นให้เงินเดือนมากกว่า วนไปวนมาแบบนี้ถ้าคุณไม่ยอมรับความพอดี

ของเงินเดือนคุณคุณก็จะต้องเจอความจริงข้อนี้วนไปวนมาไม่รู้จักจบสิ้นหรอกครับผมเขียน 10 ข้อนี้ด้วยการนึก

ประสบการณ์ส่วนตัวประกอบไปด้วยถ้าคุณมีข้ออื่นๆที่คิดว่าเข้าท่าเหมือนกันก็ลองเมนต์มาแลกเปลี่ยนกันนะครับ

5. ไม่มีใครทำงานได้ทุกอย่าง

แม้ว่าเราจะชอบมีคำพูดประเภทคนเราสามารถเป็นในสิ่งที่เราอย ากเป็นได้ถ้าพย าย ามมันเลยทำให้หลายๆ คนมัก

มีความคิดเรื่องการโยกย้ายตำแหน่ง บ้ างก็อย ากลองไปทำงานในแผนกอื่นๆที่ดูน่าสนใจกว่า ดูน่าทำงานมากกว่า

งานของตัวเองแต่เชื่อเถอะครับว่าเอาเข้าจริงแล้วการไปทำงานที่ตัวเองไม่เคยทำนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆและมีน้อยคนที่

จะสามารถไปทำงานใหม่ได้อย่างประสบความสำเร็จอาจจะมีบ้ างที่พอสามารถทำงานกันไปได้ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่น

หรือ “ถูกหวย”แบบที่คนเก่งๆหลายคนเอามาเหล่าให้ฟังกันหรอกทั้งนี้เราต้องพูดกันบนความเป็นจริงว่าการทำงาน

ต่างๆ นั้นจำเป็นต้องใช้ทักษะและความสามารถหลายอย่างบางอย่างฝึกกันได้แต่บางอย่างฝึกกันไม่ได้บางอย่าง

อาจจะฝึกได้แต่ต้องใช้เวลาซึ่งการทำงานมันรอไม่ได้ขนาดนั้นฉะนั้นถ้าคุณคิดว่าจะลองเปลี่ยนสายงาน อย ากไป

ทดลองงานใหม่ๆนั้น ควรคิดกันให้ดีๆ ว่าคุณเหมาะและพร้อมจะไปลองจริงๆ นะครับ

6. ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบคุณไปหมด

ต่อให้คุณเป็นคนดีมากมายในออฟฟิศ แต่เชื่อเถอะครับว่ามันก็จะมีคนที่ไม่ชอบคุณไม่ถูกกับคุณจนได้ฉะนั้นมันจึง

เป็นเรื่องเหนื่อยเปล่าถ้าคุณคิดจะไปเอาใจและหวังให้ทุกคนในบริษัทรักคุณ(ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว) คุณควร

จะเลือกดูว่าคนไหนบ้ างที่คุณควรให้ความสำคัญใครกันที่คุณควรจะแคร์และใส่ใจเป็นพิเศษคุณอาจจะต้องแบ่ง

ระดับความสำคัญของความสัมพันธ์กันให้ดีๆแล้วดูว่าแต่ละคนอยู่ในระดับไหน อย่างไรก็ตามแม้ว่าคุณจะไม่สามารถ

ทำให้ทุกคนรักคุณได้แต่อย่างน้อยก็ใช่ว่าคุณจะต้องสร้างศั ต รูให้เยอะเต็มออฟฟิศนะครับ

7. วันนึงเพื่อนร่วมงานหรือไม่ก็คุณเองที่จะลาออก

แม้ว่าหลายๆ ครั้งคุณจะเจอเพื่อนร่วมงานที่คุณรักมาก เชื่อใจมากหรือได้เจอหัวหน้าที่คุณรู้สึกว่าสุดยอดมากๆอย

ากฝากชีวิตไว้กับเขา อย ากทำงานร่วมกับเขาไปนานๆแต่ความเป็นจริงแล้ววันหนึ่งคุณก็จะต้องแยกย้ายกันอยู่ดี

เพราะแต่ละคนก็ต้องมีทางชีวิตด้านหน้าที่การงานที่แตกต่างกันออกไป ลองคิดเล่นๆว่าถ้าคุณทำงานแผนกเดียว

กับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับคุณ 5 คนไปเรื่อยๆ มันคงไม่สามารถที่ทั้ง

8. ทุกออฟฟิศมี ก า ร เ มื อ ง

“ที่นี่มี ก า ร เ มื อ ง ไหม” เป็นคำถามที่ผมมักจะได้ยินบ่อยๆเวลาคนเปลี่ยนที่ทำงานซึ่งถ้าคนที่ผ่านงานมากมาย

หลายออฟฟิศก็จะพูดเหมือนกันแหละว่า“ที่ไหนๆ ก็มี ก า ร เ มื อ ง ” ทั้งนี้เพราะเป็นเรื่องธรรมดาว่าในออฟฟิศนั้น

ล้วนมีคนหมู่มากเข้ามาอยู่ด้วยกัน มันก็ย่อมมีคนบางกลุ่มที่มีคาแรคเตอร์ต่างจากอีกกลุ่มไหนจะมีเรื่องการเปลี่ยน

ถ่ายคนตามกาลเวลา มันเลยไม่แปลกที่จะเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกขึ้นซึ่งไอ้พรรคพวกนี้แหละที่มักจะนำไปสู่

ความขัดแย้งลึกๆกันโดยไม่รู้ตัวและกลายเป็นเรื่อง ก า ร เ มื อ ง ระหว่างขั้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้พอเป็นเช่นนี้เรา

ถึงพูดกันเสมอว่าคุณคงไม่สามารถเลี่ยง ก า ร เ มื อ ง ในออฟฟิศได้หากแต่คุณจะเลี่ยงมันได้แค่ไหนหรือใน

ออฟฟิศนั้นจะรั ก ษ าระดับความรุ น แ ร งที่เกิดจาก ก า ร เ มื อ ง ได้อย่างไรต่างหาก

9. เรื่องที่ถูกต้องอาจจะไม่ใช่เรื่องที่คุณ (หรือคนอื่น) ถูกใจ

สิ่งที่คนทำงานมักจะเจอบ่อยๆ คือคำสั่งจาก “เบื้องบน” ที่หลายๆ ครั้งก็ฟังแล้วตะหงิดๆ ประเภทใช่เหรอมันถูกต้อง

เหรอและพอเรานำเสนอสิ่งที่เราคิดว่าถูกต้องแล้วก็ดันกลายเป็นว่าไม่ถูกใจหัวหน้าหรือคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปเรื่อง

นี้มันเลยเข้าวัฏจักรที่ว่าหลายๆ อย่างที่คุณคิดว่ามัน “ถูกต้อง” มันก็อาจจะไม่ได้ “ถูกใจ” เสมอไป(เช่นเดียวกับเรื่อง

ที่หลายๆ คน “ถูกใจ” มันก็ไม่ได้ “ถูกต้อง” เช่นกัน)ซึ่งเมื่อเราทำงานไปเรื่อยๆนั้นก็จะเจอสถานการณ์ของความขัด

แย้งนี้อยู่เรื่อยๆ เป็นธรรมดานั่นแหละครับ

10. คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าหรือแ บ ร น ด์นั้นจริงๆ หรอก

ต่อให้คุณได้รับตำแหน่งเป็น ผู้จัดการ / หัวหน้าแผนกหรือเป็นผู้บริหารแ บ ร น ด์อะไรก็แล้วแต่ที่ได้รับอำนาจ

มากมายในการตัดสินใจสร้างสรรค์หรือขีดเส้นต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการ แต่ในความเป็นจริงแล้วคุณก็ไม่ได้เป็น

เจ้าของมันจริงๆ แต่อย่างใดเพราะท้ายที่สุดมันก็คือสินทรัพย์ของบริษัทซึ่งวันหนึ่งผู้บริหารอาจจะสั่งยกเลิก สั่ง

เปลี่ยน หรือสั่งย้ายคุณได้(เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของบริษัทและสร้างมันขึ้นมาเองนั่นก็อีกเรื่อง) ฉะนั้นแล้วมัน

ก็ดีถ้าคุณจะทุ่มเทและใส่ใงานของคุณอย่างเต็มที่ประหนึ่งลูกแท้ๆ ของคุณแต่คุณก็ต้องรู้ตัวว่าวันหนึ่งคุณก็จะต้อง

ลาออกจากบริษัทและคุณก็ไม่สามารถเอาแ บ ร น ด์หรือสินค้านั้นติดตัวคุณไปได้แต่อย่างใดหรอก

ที่มา : g a n g b e a u t y

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น