7 วิธีที่ทำให้เจ้านายยอมรับ “มันต้องวัดกันที่ฝีมือ ไม่ใช่เลี ยแข่งเลี ยขา”

…รับผิดชอบให้เป็น

จะรับผิดชอบ หรือจะเอาแต่อ้าง มันต้องมีสักครั้งที่เราผิดคำพูดบ้าง คงไม่มีใครทำตามที่พูดได้ทุกครั้ง แต่เมื่อคุณ

พลาดไปแล้ว ก็จงยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าข้อผิดพลาดนั้นคุณจะไม่ได้ตั้งใจทำก็ตามยกตัวอย่างเช่น คุณมา

ประชุมสายเพราะต้องพาลูกไปหา ห ม อ แทนที่จะอ้างกับที่ประชุมว่า “ขอโทษค่ะเมื่อเช้าต้องพาลูกไปหา ห ม อ

กระทันหัน กลับมาไม่ทันจริงๆ” ลองพูดว่า “ขอโทษที่มาสายนะคะ เชิญประชุมกันต่อได้เลยค่ะ ดิฉันจะตามเก็บ

ข้อมูลที่ฟังไม่ทันหลังจบประชุมเองอีกทีค่ะ”แทนดูสิ ถ้าบอสเรียกคุณไปคุยว่าทำไมมาสาย ค่อยอธิบายให้ฟังอีก

ครั้งและย้ำว่าคุณจะตามงานให้ทัน

…คิดบวก พูดบวก ให้เป็นนิสัย

จะขอร้องหรือจะตำหนิ ข้อนี้เราควรฝึกให้เป็นนิสัย โดยเฉพาะเวลาอยู่กับบอส มาลองดูข้อแตกต่างระหว่างสอง

อย่างนี้กัน คำตำหนิจะบอกว่า “งานนี้ใช้ไม่ได้/คุณมันใช้ไม่ได้”ในขณะที่คำขอร้องจะบอกว่า “ดิฉันว่าเราควรทำ

แบบนี้ดีกว่าค่ะ..” คำตำหนินั้นฟังดูเหมือนเด็กๆ เอาแต่ใจ ขี้บ่น งอแง กลับกันคำขอร้องจะทำให้คุณดูน่าเชื่อถือ

และดูมีเหตุมีผลมากขึ้นดังนั้นแทนทีคุณจะบ่นกับบอสคุณว่า “ฝ่ายการตลาดนี่ทำงานไม่ได้เรื่องเลย!” ลองเปลี่ยน

เป็น “บอสพอจะมีความเห็นไหมคะว่าเราควรจะทำงานกับฝ่ายการตลาดนี้ยังไงดี” จะฟังดูดีขึ้นทีเดียว

…ให้ข้อเสนอแนะ

คำ.ขอร้องข้อข้างบนว่าดีแล้ว แต่คำเสนอแนะดีกว่า! วันก่อนดิฉันมีโอกาสคุยกับ HR คนหนึ่งที่ได้ลองใช้วิธีเปลี่ยน

คำตำหนิเป็นคำขอแทน จากตอนแรกที่จะบ่นว่า “ไม่มีใครเห็นหัวชั้นเลย บอกให้ทำอะไรก็ไม่มีใครฟัง”แต่เธอฉุกคิด

ได้ว่าพูดไปก็มีแต่เสีย จึงเปลี่ยนเป็น “บอสช่วยคุยกับหัวหน้าแผนกให้ทีได้ไหมคะว่ารบกวนตอบอีเมล์และมาตาม

นัดดิฉันด้วย” ฟังดูดีขึ้นใช่ไหม แต่ยังไม่ดีที่สุดสุดท้ายเธอเขียนโน้ตวิธีแก้ปัญหาของเธอให้บอส อ่ า น แทนว่า “นี่

คือหน้าที่ของดิฉันในที่ทำงานนี้ ดิฉันอย ากให้บอสเช็คอีกครั้งว่าถูกต้องไหม แล้วหลังจากนั้นดิฉันจะแจกแจงให้

เหล่าหัวหน้าแผนกฟังและรับรู้โดยทั่วกัน” แบบนี้เธอได้ใจบอสไปเต็มๆ!

…โตด้วยตัวเอง

พนักงานหลายๆคนเอาแต่รอ “เลื่อนตำแหน่ง” ไปอย่างไร้จุดหมาย สิ่งที่คุณต้องเปลี่ยนคือ คุณต้องบอกตัวเองว่า

คุณเป็นเจ้านายตัวเอง กำหนดเส้นทางชีวิตตัวเองได้ และรู้ว่าอย ากเติบโตไปในทิศทางไหนแทนที่คุณจะเอาแต่รอ

โอกาสเลื่อนตำแหน่งแบบลมๆแล้งๆ คุณต้องคุยกับบอสตรงไปตรงมาไปเลย ชี้แจงว่าคุณสนใจทำงานในส่วนไหน

และอย ากจะเติบโตในตำแหน่งอะไรยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอย ากเป็นผู้จัดการ ลองคุยกับบอสดูว่าให้คุณเป็นคน

ดูแลเด็กฝึกงานดูได้ไหม หรือเสนอตัวเป็นหัวหน้าโปรเจ็คไปเลย

…เฟรนลี่เข้าไว้

เจ้านายส่วนใหญ่หูตาไวทั้งนั้น พวกเขาสังเกตได้ว่าใครชอบใคร ใคร เ ก ลี ย ด ใคร หากคุณแสดงให้บอสเห็นได้

ว่าคุณเข้ากับทุกคนได้ดี ทำให้ทุกคนทำงานได้ง่ายขึ้น คอยช่วยเหลือคนอื่นเสมอ ไม่นินทา(เจ้านาย)ไม่ก่อดราม่า

ในที่ทำงาน ทำให้เขาเห็นว่าคุณมี พ ลั ง บ ว ก อยู่ในตัว แค่นี้ก็ชนะใจบอสไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว เพราะอย่างน้อย

เขาก็ไม่ต้องมา ป ว ด หั ว กับปัญหาหยุมหยิมอย่างใคร เ ก ลี ย ด ใครในที่ทำงาน

…ช่วยให้งานบอสไหลลื่น

ข้อสุดท้ายที่คุณจะทำได้ก็คือทำให้บอสคุณทำงานง่ายขึ้นนั่นเอง บอสส่วนใหญ่เหนื่อยหน่ายกับการที่มีลูกน้องที่

เอาแต่คิดถึงผลประโยชน์ของตัวเอง คิดแต่บริษัทจะช่วยอะไรเค้าได้บ้างแต่ไม่คิดว่าตัวเองจะช่วยอะไรบริษัทได้

ในฐานะลูกน้อง คุณควรจะคิดว่าจะสนับสนุนเจ้านายและบริษัทอย่างไร ผู้ช่วยของดิฉันเองที่ชื่อ แดน มักจะมีไอเดีย

ดีๆ หรือข้อเสนอดีๆให้เสมอ มันช่วยได้เยอะทีเดียวทำให้ดิฉันทำงานได้ง่ายขึ้นไวขึ้น การที่เขาคอยช่วยเหลือดิฉัน

ทำให้ดิฉันเองก็อย ากจะช่วยเหลือเขาเช่นเดียวกันสักวันนึงถ้าเมื่อคุณมาอยู่ในตำแหน่งบอสเมื่อไหร่ คุณก็จะอย

ากได้ลูกน้องแบบที่กล่าวมานี่แหละว่าแต่ตอนนี้ คุณมีกี่ข้อกันล่ะ ? แล้วมีอย่างอื่นอีกมั้ย ที่คุณเคยทำแล้วรู้สึกว่า

บอสคุณ ประทับใจคุณจนออกนอกหน้านอกตา

…รักษ าคำพูด

ทำตามที่พูดให้ได้ ข้อนี้สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการมาให้ตรงเวลา ส่งอีเมล์ไม่ให้ตกหล่น ปิดโปรเจ็คทันวัน เ ด ด

ไ ล น์ ทำยอดทะลุเป้า หากคุณทำตามที่พูดไว้ได้ทั้งหมด คุณจะได้รับความ ไ ว้ เ นื้ อ เชื่อใจจากเจ้านายอยู่เสมอ

เผลอๆอาจจะได้รับมอบหมายงานมากขึ้น รวมถึงตำแหน่งงานที่พุ่งขึ้นด้วย ลองคิดตามว่า สมมติคุณมีเก้าอี้ 2 ตัว

ตัวหนึ่งขาเป๋นั่งแล้วโยกไปโยกมา จะหักวันไหนก็ไม่รู้ กับอีกตัวที่แข็งแร็งมั่นคง นั่งยังไงก็ไม่หัก เจ้านายคุณจะ

เลือกนั่งตัวไหน

ขอขอบคุณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น