Home การงาน (เขียนไว้ดีมาก) ทำงานไม่ตรงสายเรียน อย่าไปเสียดายวุฒิ..

(เขียนไว้ดีมาก) ทำงานไม่ตรงสายเรียน อย่าไปเสียดายวุฒิ..

1 second read
ปิดความเห็น บน (เขียนไว้ดีมาก) ทำงานไม่ตรงสายเรียน อย่าไปเสียดายวุฒิ..
0
ทำงานไม่ตรงสายเรียน

ตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน หลายคนต่างเชื่อเสมอว่า

ถ้าได้ตั้งใจเรียน สอบติดคณะที่ใช่ยิ่งมีโอกาสได้งานที่ดี เงินเดือนที่ดี

และยิ่งเป็นอาชีพที่ใครก็รู้จักเช่น ข้าราชการ, วิศวกร นักธุรกิจ ยิ่งน่าภูมิใจไปใหญ่ เพราะนอกจากเงินเดือน

ที่ได้ ส ม น้ำ ส ม เ นื้ อ มีจำนวนมากพอ

ที่จะจุนเจือครอบครัวได้ มีสวัสดิการรองรับให้สุขสบายยังเป็นอาชีพที่ถือว่า “มีหน้ามีตา”

ใครก็ต้อนรับกันหมด

แต่ในโลกของความเป็นจริงแล้ว อาชีพที่ “มีหน้ามีตา” ในสังคม ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

เสมอไป และในแต่ละอาชีพ เขาก็มีการกำหนดอัตรารับสมัคร

แต่ละปีที่ค่อนข้างจำกัดน่ะสิ “แล้วจะเรียนไปทำไม…

ถ้าสุดท้ายก็ได้งานที่ไม่ตรงสาย

งานที่น้อยคนจะรู้จัก เงินเดือนที่ไม่ได้มากมายอะไร ?”

คำถามนี้…จะได้คำตอบที่เ ค รี ย ด มากเลย

เพราะมันเต็มไปด้วยความคาดหวังที่คิดว่า

“เรามีทางเลือกอยู่ไม่กี่อย่างในชีวิต”

แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นความคิด

“ฉันทำงานอะไรก็ได้ไม่ว่าจะตรงสายหรือไม่ก็ตาม”

มันอาจดูประโยคขิ้แ พ้ ในสายตาบางคน แต่ถ้าคิด ๆ ดูแล้ว มันได้ความสบายใจ เยอะกว่า

การตั้งคำถามแบบแรกเพราะ “ความเป็นจริงของชีวิต” คือ

1.มนุษย์ทุกคนมีความสามารถในตัวเอง “แตกต่าง”

กันไปเราไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนกันหมด

2.แม้แต่ในคนเดียวกัน ยังมีความสามารถที่

หลากหลาย เช่น เป็น ห ม อ แต่ก็เล่นดนตรีเก่ง ทำ อ า ห า ร เก่ง เป็นศิลปินแต่ก็คำนวณเก่ง ขับรถเก่ง

3.สิ่งที่เราเก่งไม่จำเป็นต้องออกมาในรูปแบบวิชาชีพ

เช่น ห ม อ, วิศวกร, พ ย า บ า ล มันอาจเป็นพรสวรรค์ก็ได้ เป็นความรู้อะไรก็ได้ที่เราเอาจริงกับมัน

เช่น การทำ อ า ห า รการจัดสวน, การออกแบบ

(ไม่อย่างงั้น เราคงไม่เห็นนักธุรกิจหน้าใหม่หลายคนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดหรอก)

4.สิ่งที่เราเรียนมาเป็นสิบเป็นร้อยกว่าวิชา

มันคือ “การหล่อหลอม” หลายวิชาไม่ได้ สอนเราทางตรง แต่ให้เราค่อย ๆ ซึมซับข้อดี

แต่อย่างไปเอง เช่น ฝึกความอดทน, ฝึกความประณีต,ฝึกทักษะการเข้าสังคม

ในครั้งหนึ่งที่เราไม่เห็นประโยชน์ว่าจะใช้อะไรได้จริง

พอโตขึ้นอีกหน่อย มันก็ต้องมีบ้างแหละที่เรานึกอะไรขึ้นมาจนต้องไปหา

อ่ า น ปัดฝุ่นตำราอีกครั้ง ทุกความรู้ที่เราได้รับ ไม่เคยสูญเปล่า แค่เรามองไม่เห็นค่ามันเอง

ลองนึกดูให้ดีสิ !

5.ในรั้วโรงเรียน- ม ห า วิ ท ย า ลั ยต่อให้เราได้เรียน

กับอาจารย์ที่เก่งแค่ไหนขอบเขตความรู้มันก็เป็นเพียงความรู้ในรั้วเท่านั้นโลกของวัยผู้ใหญ่ที่โตขึ้น

เรายังต้องรู้เห็นอีกมากเรียนรู้กันอีก ย า ว ลองผิดลองถูกกันอีกเยอะ

ดังนั้น จะมา ฟั น ธ ง ว่าเรียนมาสายวิทย์ต้องทำงานสายวิทย์ เรียนสายภาษาต้องทำงานสายภาษา

มันก็ไม่ถูกเสมอไป

6.มันเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์เราจะต้องวิ่งตามหาสิ่งที่  “ใช่”

ค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ ปรับตัวไป สิ่งที่เรากำลังสนุกในตอนนี้

บางทีอาจจะยังไม่ใช่ที่สุด สิ่งที่เราเก่งในตอนนี้ ในวันข้างหน้า มันอาจเป็นเพียงแค่

ความทรงจำ เพราะอาจมีหลายปัจจัยให้คิดมากขึ้น

เช่น จำเป็นต้องพับโครงการเรียนต่อเอาไว้

เพราะเงินไม่พอจำเป็นต้องทำงานหาเงินก่อน

แล้วค่อยไปเรียนศิลปะที่เราชอบเราต้องดูจังหวะของชีวิตด้วย (ความจำเป็นของชีวิตแต่ละช่วง)

7. มนุษย์เราควรมีทางเลือกให้กับชีวิตไว้หลายด้าน หรือ “มีแผนสำรอง”

เพื่อไม่เป็นการปิ ด กั้ นตัวเองจนเกินไป

เช่น ถ้าวุฒิที่เราเรียนมามันหางาน ย าก

จะยอมรึเปล่าที่เอาวุฒิต่ำกว่านี้หางานไปก่อน?

ถ้าเราไม่ได้อาชีพนี้ เรายอมได้รึเปล่า

ที่จะทำอาชีพอื่นไปพลางๆ เสียก่อน..?

 

ความฝันสิ่งที่ใช่… มันไม่ควรเป็นสิ่งที่ได้ดั่งใจในทันที

มันเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ที่ต้องแลกกับความเหนื่ อยความ พ ย า ย า ม หลายเท่าตัว

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดหากจะพบว่าทำไม ห ม อบางคนถึงแต่งเพลงได้ ?

ทำไมบางคนเรียนวิชาชีพแต่มาเป็นศิลปิน ?

ทำไมบางคนเรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จ ?

อย่ าลืมว่า โลกเรากลม และมีหลายมิติ

ใช่ว่าจะต้องมองเพียงด้านเดียว

Load More Related Articles
Load More By Nuttawat Pharawan
Load More In การงาน

Check Also

สังเกต ไหมว่า..ทำไมเขาไม่รับคน อายุ 35ปีขึ้นไป

สังเกต กันบ้างไหมว่า…ตอนที่เราเห็นที่ไหนก็ตามที่ป … …